จะเลือกใช้ UV Filter vs CPL Filter vs Protector Filter

เลนส์รุ่นใหม่มีคุณภาพดีมาก ตัวผิวเลนส์มีการเคลือบป้องกันไว้เรียบร้อย ควรหาแค่ Protector Filter คุณภาพดีมาติดไว้เพื่อป้องกันตัวเลนส์ถูกกระแทกหรือเป็นริ้วรอยจากการเสียดสีก็พอ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ UV Filter หรือ Skylight Filter ดีไม่ดีจะกลายเป็นการทำให้เกิดเงาหากเลือกใช้ฟิลเตอร์ราคาถูกที่คุณภาพสู้เลนส์ไม่ได้

ส่วน CPL Filter (Circular Polarizing Filter) น่าจะหามาใช้ เพื่อลดแสงสะท้อนจากแสงแดด ตัดเงาจากผิวน้ำหรือใบไม้ ทำให้สีเข้มชัดขึ้น ซึ่งปัจจุบันมี CPL ขอบบางที่สามารถติดซ้อนบน Filter อื่นได้เลย และยังมีแบบแม่เหล็กที่สามารถถอดใส่ได้สะดวก ไม่เสียเวลาหมุนเกลียว

CPL Filter ถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่างภาพหลายคนยกให้เป็น “ตัวช่วยลับ” ในการควบคุมคุณภาพภาพถ่ายกลางแจ้ง โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:

🌿 คุณสมบัติหลักของ CPL Filter

📸 เทคนิคการใช้งาน

⚠️ ข้อควรระวัง

มุมที่ CPL Filter ตัดแสงสะทอนได้ดีที่สุดคือ ประมาณ 90° จากตำแหน่งดวงอาทิตย์ กล่าวคือ เมื่อทิศทางการถ่ายภาพตั้งฉากกับทิศทางแสงอาทิตย์ จะได้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด.


🌞 หลักการทำงานของ CPL Filter


📐 มุมที่เหมาะสมที่สุด


📸 ตัวอย่างการใช้งาน


⚠️ ข้อควรระวัง


🔑 สรุป


 

CPL ช่วยตัดแสงสะท้อนจากหลอดไฟได้บ้าง แต่ผลลัพธ์จะไม่เหมือนกับการใช้ CPL ตัดแสงสะท้อนจากแสงแดดหรือน้ำ 🌞💡

🔍 หลักการ

📸 ผลที่อาจเกิดขึ้น

✅ วิธีที่ใช้ได้ผลมากกว่า


สรุปคือ CPL Filter ไม่สามารถตัดแสงสะท้อนจากหลอดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแสงจากหลอดไฟไม่ถูกโพลาไรซ์ตั้งแต่ต้น