ถ่ายภาพย้อนแสง DR100-400 ต่างจาก D Range Priority ยังไง

ถ้าสภาพของแสงด้านหน้ากับฉากด้านหลังต่างกันมาก (High Dynamic Range) เวลาถ่ายภาพออกมาต้องเลือกว่าจะดูภาพด้านหน้าหรือด้านหลัง ถ้าเลือกดูด้านหน้าสว่างชัด แสงพอดี จะส่งผลทำให้ฉากหลังเช่นท้องฟ้าสว่างเกินไป (Over) สีฟ้าจืดชืดกลายเป็นสีขาวหรือเทาอ่อน แต่ถ้าเลือกให้ฉากด้านหลังชัดพอดี สิ่งที่อยู่ด้านหน้าก็จะมืด (Under)

เทคนิคที่ใช้แก้ปัญหานี้ สามารถใช้ได้จากปุ่ม Drive/Delete จะถ่ายภาพหลายภาพที่ใช้ระดับของการเปิดหน้ากล้องต่างกัน (AE Bracket) หรือใช้ความเร็วร่วมกับ ISO ต่างกัน (Dynamic Range Bracket) แล้วนำมาซ้อนกันเป็นภาพเดียว โดยอาศัยโปรแกรมนอกกล้องมาช่วยหรือบางกล้องจะมีความสามารถนี้ในตัว ซึ่งภาพที่ถ่ายต้องนิ่งมากทั้งสิ่งที่ถูกถ่ายภาพและตัวกล้องที่ต้องใช้ Tripod ช่วย

Fujifilm ได้พัฒนาวิธีการใหม่ขึ้นมา โดยสามารถเลือกใช้ DR100-400 หรือจะเลือกใช้ D Range Priority (DR-P)

DR100–400 คือการเลือก ระดับ Dynamic Range แบบตายตัว (100%, 200%, 400%) โดยกล้องจะบังคับ ISO ขั้นต่ำตามระดับที่เลือกเพื่อช่วยกด Highlight และยก Shadow

ส่วน D-Range Priority (DR-P) เป็นโหมด อัตโนมัติ ที่กล้องจะจัดการ Dynamic Range ให้เอง โดยผสมผสานการปรับแสง, โทน และ ISO เพื่อบาลานซ์ภาพในฉากที่คอนทราสต์สูงมาก.


🔎 ความแตกต่างหลัก

คุณสมบัติ DR100–400 D-Range Priority (DR-P)
การทำงาน ตั้งค่าระดับ Dynamic Range แบบคงที่ (100, 200, 400) กล้องปรับอัตโนมัติทั้ง Dynamic Range, ISO และโทน
ISO ขั้นต่ำ DR100 → ISO 125
DR200 → ISO 400
DR400 → ISO 800
กล้องเลือก ISO เองตามสถานการณ์
การควบคุม ผู้ใช้เลือกเองว่าจะใช้ DR100, DR200, DR400 ผู้ใช้เลือก DR-P Auto / Strong / Weak แล้วกล้องจัดการ
ผลลัพธ์ ลด Highlight และยก Shadow ตามระดับที่เลือก ปรับสมดุลทั้งภาพมากกว่า โดยเฉพาะฉากที่มีคอนทราสต์สูงมาก
เหมาะกับ ผู้ที่อยากควบคุมเอง, ถ่าย JPEG ที่ต้องการ Highlight ปลอดภัย ผู้ที่อยากให้กล้องจัดการอัตโนมัติ, ถ่ายในฉากย้อนแสงแรง ๆ

📸 ตัวอย่างการใช้งาน


⚠️ ข้อควรระวัง


👉 สรุป:


หมายเหตุ

เวลาถ่ายภาพท่องเที่ยวที่ต้องเดินตามกันไปเป็นหมู่คณะ ต้องอาศัยความรวดเร็วอย่างมากในการปรับกล้อง แทนที่จะวุ่นวายไปปรับเมนู ทำให้คนอื่นต้องเสียเวลารอหรือทำให้ตากล้องเดินตามไม่ทัน ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือให้ปรับ Exposure Compensation ให้ส่วนที่ต้องการมีระดับแสงชัดตามต้องการ โดยใช้นิ้วโป้งหมุนปุ่มด้านหลังเพื่อปรับระดับแสง

นอกจากนี้ควรตั้งให้ภาพที่เห็นผ่าน EVF ส่วนที่ขาวสว่างเกินไปกระพริบให้เห็นเพื่อเตือนบนจอ โดยตั้งค่าที่เมนู SET UP > SCREEN SET-UP > DISP. CUSTOM SETTING > EVF/LCD > เลือก HISTOGRAM กับ LIVE VIEW HIGHLIGHT ALERT หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง

อีกทางเลือกหนึ่งที่กล้องสู้ไม่ได้ คือ ให้ถ่ายภาพย้อนแสงโดยใช้กล้องมือถือ เร็วกว่า ง่ายกว่า และได้ภาพที่ดูดีกว่า