วิธีวัดแสง (Metering Light) 4 แบบ

  1. Multi เป็นระบบที่กล้องใช้ระบบ AI ประเมินแสงจากภาพจากทุกส่วน
  2. Center weighted ใช้ค่าเฉลี่ยของแสงทั้งภาพแต่เน้นแสงจากส่วนกลางภาพเป็นหลัก มักใช้กับการถ่ายภาพบนเวทีที่มีแสงสปอตไลท์เฉพาะบางตำแหน่งบนเวที
  3. Spot วัดแสงจากจุดโฟกัสจุดเดียว ใช้กับการวัดแสงจากบริเวณเล็กๆที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษบนภาพถ่าย
  4. Average วัดแสงจากค่าเฉลี่ยทุกส่วนในภาพ

 

โดยทั่วไปการวัดแสงแบบ Multi เป็นการวัดแสงที่ฉลาดที่สุด ระบบ AI ภายในกล้องได้เรียนรู้จากข้อมูลเดิมที่เคยทำวิจัยไว้ แต่อย่างไรก็ตามหากต้องการเน้นแสงเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งจึงเปลี่ยนระบบไปใช้แบบอื่น

ในการถ่ายภาพให้เล็งไปยังสิ่งที่ต้องการให้ชัดที่สุดแล้วกดปุ่มชัตเตอร์แช่ไว้ครึ่งทาง กล้องจะล้อคระยะและแสงคงที่ จากนั้นจึงจัดองค์ประกอบของภาพแล้วกดชัตเตอร์ลงไปเต็มๆเพื่อถ่ายภาพ

หากต้องการให้กล้องวัดแสงแบบ Spot ตามจุดโฟกัสที่ย้ายไปตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่กลางภาพให้ปรับระบบในกล้องตามนี้ (ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษเหนือกว่ากล้องยี่ห้ออื่นที่ Spot จะวัดแสงจากตรงกลางจอภาพเท่านั้น)

AF/MF > Interlock Spot AE & Focus Area > On

หากต้องการให้โฟกัสติดตามระยะของคนหรือสิ่งของที่กำลังเคลื่อนที่และให้วัดแสงตามโฟกัสไปด้วย ให้เลื่อนปุ่มด้านนอกของกล้องไปที่ C เพื่อใช้การวัดแสงแบบ Continuous

อย่างไรก็ตามหากเลือกใช้การโฟกัสที่ดวงตาหรือใบหน้า กล้องจะเลิกใช้วิธีวัดแสงทั้ง 4 แบบแต่จะวัดแสงแบบพิเศษ


คู่มือย่อเรื่องการวัดแสงใน Fujifilm X100VI


📸 ระบบวัดแสงใน X100VI

1. Multi (Evaluative/Matrix)

2. Center-weighted

3. Spot


🔎 วิธีใช้งาน Spot AE ตามจุดโฟกัส


🎯 การถ่ายภาพเคลื่อนไหว


📌 เทคนิคการถ่าย

  1. เล็งไปยังสิ่งที่ต้องการให้ชัดที่สุด
  2. กดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่ง → กล้องล็อกโฟกัสและค่าแสง
  3. จัดองค์ประกอบใหม่ (Recompose)
  4. กดชัตเตอร์เต็มเพื่อถ่ายภาพ

 


X100VI มีความสามารถพิเศษเหนือกว่ากล้องทั่วไป เพราะ Spot AE สามารถตามจุดโฟกัสได้ ไม่จำกัดแค่กลางภาพ