ถ่ายภาพเผื่อไว้แบบ Bracket
แทนที่จะเสี่ยงถ่ายภาพเพียงรูปเดียวแล้วอาจไม่ได้ภาพถูกใจ ให้กดปุ่ม Drive/Delete > BKT จะช่วยทำให้เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์เพียงครั้งเดียวแต่ได้ 3 ภาพหรือหลายภาพที่มีความแตกต่างกัน
เหมาะกับสถานการณ์ที่แสงไม่แน่นอน ต้องการเปรียบเทียบสไตล์ภาพ หรืออยากเลือกโฟกัสทีหลัง เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ ไม่พลาดช็อตสำคัญ
- AE Bracket ปรับ Aperture ต่างกัน 3 ระดับ ดูรายละเอียดด้านล่าง
- Film Simulation Bracket 3 แบบ
- Dynamic Range Bracket ทดสอบการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างและมืด ระหว่างตัวเลือกมาตรฐาน คือ DR100 / DR200 / DR400
- Focus Bracket ถ่ายหลายภาพที่โฟกัสต่างกัน เหมาะกับการทำ Focus Stacking
เมื่อเลื่อนไปยัง Bracket แบบ 1, 2, 4 ที่ต้องการแล้ว ให้กดปุ่ม Q จะเข้าเมนูย่อยเพื่อให้เลือกว่าต้องการให้ได้ภาพแตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้เมนูด้านซ้ายยังมี ISO Bracket กับ White Balance Bracket ให้เลือกด้วย
เมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมเลื่อนกลับไปถ่ายภาพแบบปกติตามเดิมด้วย เพราะหากยังค้าง Bracket ไว้จะส่งผลให้ตั้งระบบอื่นไม่ได้
จุดสำคัญของ AE Bracket คือ “จะได้เฟรมหลายค่าแสงโดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าด้วยมือ” และคุณเลือกได้ทั้งทิศทางของค่าแสง (ติดลบ/บวกลบ) และรูปแบบการกดชัตเตอร์ (1 frame/continuous) เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์จริง.
ขั้นตอนเข้าและตั้งค่า AE bracket
- เข้าที่เมนูโหมด Bracket:
- กดปุ่ม Drive/Delete แล้วเลือก BKT (Bracket).
- เลือกชนิด Bracket:
- เลือก AE Bracket (การคร่อมค่าแสง).
- กำหนดจำนวนเฟรมและทิศทางการคร่อม:
- จำนวนเฟรม: โดยทั่วไปเป็น 3 เฟรม (เช่น -/0/+ EV) เพื่อครอบคลุมแสงมืด ปกติ และสว่าง.
- ทิศทาง: เลือกเป็น ลบอย่างเดียว (-), บวกอย่างเดียว (+) หรือ บวกลบ (±) ตามจุดประสงค์ (รายละเอียดด้านล่าง).
- กำหนด Step ของการคร่อม:
- เลือกขนาดสเต็ปเช่น ±1/3, ±2/3, ±1 EV เพื่อให้ความต่างพอดีกับฉากนั้น (แสงนิ่งใช้สเต็ปเล็ก, แสงเสี่ยงใช้สเต็ปใหญ่).
- เลือกโหมดการลั่นชัตเตอร์:
- 1 frame: กดชัตเตอร์หนึ่งครั้งได้เพียง “เฟรมถัดไป” ของชุดคร่อม ต้องกด 3 ครั้งจึงครบชุด เหมาะเมื่ออยากเว้นจังหวะ ปรับคอมโพส หรือเช็คฮิสโตแกรมแต่ละเฟรมทีละรูป.
- Continuous: กดชัตเตอร์ครั้งเดียว กล้องจะยิงครบชุดคร่อม ต่อเนื่อง ในครั้งเดียว เหมาะกับฉากที่เปลี่ยนเร็ว หรือไม่อยากขยับกล้องระหว่างเฟรม.
- กดปุ่ม Q เพื่อเข้าเมนูย่อย:
- ปรับรายละเอียด (จำนวนเฟรม, ทิศทาง, Step, โหมดลั่น) ให้ตรงงาน แล้วออกมาถ่ายตามต้องการ.
ใช้ทิศทางคร่อมแสงอย่างไรให้ตรงสถานการณ์
- บวกลบ (±):
- เหมาะกับฉากที่ยังไม่แน่ใจค่าแสง หรือสภาพแสงผันผวน เช่น Street/อีเวนต์กลางแจ้ง ได้ทั้งเวอร์ชันมืดลงและสว่างขึ้นในชุดเดียว เพื่อให้เลือกภาพที่บาลานซ์ที่สุดภายหลัง.
- ลบอย่างเดียว (-):
- ใช้เพื่อ ป้องกันไฮไลต์หลุด (เช่นท้องฟ้าสว่าง, แสงจ้าโดนโลหะ/กระจก) ได้เวอร์ชันมืดลงที่เซฟรายละเอียดส่วนสว่างไว้มากขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบ “Expose to protect highlights”.
- บวกอย่างเดียว (+):
- ใช้เพื่อ ยกเงา ในฉากย้อนแสงหรือฉากมืดมาก ที่ต้องการเฟรมสว่างขึ้นเพื่อดูรายละเอียดในส่วนเงาโดยไม่ต้องดันในโพสต์เยอะ เหมาะกับ “ทดลองยกค่าแสง” อย่างระมัดระวัง.
เลือก 1 frame หรือ continuous ให้เหมาะกับงาน
- 1 frame (ทีละเฟรม):
- ควบคุมคอมโพสและจังหวะได้ละเอียด ระหว่างเฟรม, เช็คฮิสโตแกรม/ไฮไลต์วาร์นิ่งทีละรูป, ปรับตำแหน่งแบบหรือมุมกล้องเล็กน้อยก่อนถ่ายเฟรมถัดไป เหมาะกับงานนิ่ง เช่น สินค้า, อาหาร, อาร์ตไดเรกต์ที่ละเอียด.
- Continuous (ยิงครบชุดในครั้งเดียว):
- ลดการขยับกล้องและความคลาดเคลื่อน (parallax/มือสั่น) ระหว่างเฟรม, เหมาะมากกับฉากเคลื่อนไหวหรือแสงเปลี่ยนเร็ว เช่น คนเดิน, เมฆเร็ว, เวทีคอนเสิร์ต และช่วยให้การคร่อมทำได้สม่ำเสมอในหนึ่งจังหวะชัตเตอร์เดียว.
😊 ถ้าเลือก AE Bracket แบบ 7 frames กล้อง Fujifilm X100VI จะถ่าย 7 ภาพต่อเนื่องกัน (หรือทีละภาพถ้าเลือกโหมด 1 frame) โดยแต่ละภาพจะมีค่าแสงแตกต่างกันตามที่ตั้งไว้ เช่น ±1/3EV, ±2/3EV หรือ ±1EV
🔍 ลำดับการเรียงภาพใน AE Bracket 7 Frames
- กล้องจะเรียงภาพตาม ค่า EV ที่ตั้งไว้ โดยมีภาพกลาง (0 EV) เป็นฐาน แล้วกระจายไปทางบวกและลบ
- ตัวอย่างเช่น ถ้าเลือก ±1EV, 7 เฟรมจะได้ลำดับประมาณนี้:
[ -3EV,\ -2EV,\ -1EV,\ 0EV,\ +1EV,\ +2EV,\ +3EV ]
- ถ้าเลือก Step เล็กลง เช่น ±1/3EV ก็จะได้ชุดที่ละเอียดขึ้น เช่น
[ -1EV,\ -2/3EV,\ -1/3EV,\ 0EV,\ +1/3EV,\ +2/3EV,\ +1EV ] - ลำดับการบันทึกจะเป็น จากมืด → สว่าง หรือ สว่าง → มืด ขึ้นกับการตั้งค่าในเมนูย่อย (บางรุ่นให้เลือกทิศทางการเรียง, แต่ค่าเริ่มต้นคือจากลบไปบวก)
⚙️ โหมดการลั่นชัตเตอร์
- Continuous: กดชัตเตอร์ครั้งเดียว → ได้ครบ 7 ภาพเรียงตาม EV
- 1 frame: ต้องกดชัตเตอร์ 7 ครั้ง → แต่ละครั้งจะได้ภาพตามลำดับ EV ที่ตั้งไว้
🎯 ใช้งานจริง
- 7 เฟรม เหมาะกับการทำ HDR หรือฉากที่คอนทราสต์สูงมาก เช่น ท้องฟ้า+เงามืด
- ช่วยให้มี “เผื่อ” หลายระดับแสง เลือกภาพที่ดีที่สุด หรือรวมภาพในโปรแกรมภายหลัง
สรุป: ถ้าเลือก 7 frames กล้องจะถ่ายครบ 7 ภาพตามลำดับ EV ที่ตั้งไว้ โดยมีภาพกลางเป็นฐาน แล้วกระจายไปทางลบและบวกตาม Step ที่เลือก
เคล็ดลับความเสถียรและคุณภาพภาพ
- ล็อกการถือและคอมโพส: ใช้ Continuous ร่วมกับการถือให้มั่นคงหรือขาตั้ง เพื่อให้ทุกเฟรมคร่อมตรงกันเหมาะสำหรับการผสานภาพ (ถ้าตั้งใจทำ HDR/เลือกเฟรมทีหลัง).
- ตั้ง Minimum Shutter/Auto ISO ให้ฉลาด: ถ้าใช้ Aperture Priority + AE Bracket ให้กำหนด Minimum Shutter และช่วง Auto ISO เพื่อเลี่ยงชัตเตอร์ตกถึงจุดสั่นไหวขณะถ่ายชุดคร่อม.
- RAW ช่วยเผื่อโทน: แม้มี AE Bracket, การถ่าย RAW ยังเปิดช่องปรับเพิ่มโดยไม่เสียรายละเอียดมาก ช่วยเลือกเฟรม “ฐาน” ที่ดีที่สุดแล้วจูนต่อภายหลังได้สบาย.
- เช็ค Highlight/Shadow Warning: หลังยิงชุดคร่อม ให้ดูวาร์นิ่งหรือฮิสโตแกรมเร็ว ๆ เพื่อรู้ว่าควรเพิ่ม/ลด Step หรือเปลี่ยนทิศทางคร่อมในรอบถัดไป.
- อย่าลืมออกจาก BKT เมื่อจบงาน: หากลืมค้างไว้ จะทำให้การตั้งค่าบางอย่างถูกจำกัด และอาจงงว่าทำไมได้หลายเฟรมทุกครั้งที่กดชัตเตอร์.
สรุปสไตล์การใช้งานที่แนะนำ
- ฉากเสี่ยงหลุดไฮไลต์: เลือก – only, Step ใหญ่ขึ้น (เช่น -1 EV), Continuous เพื่อกันพลาดในจังหวะเดียว.
- ฉากไม่แน่ใจบาลานซ์: เลือก ±, Step กลาง (±2/3 EV), Continuous ถ้าแสงเปลี่ยนเร็ว หรือ 1 frame ถ้าอยากเช็คทีละเฟรม.
- ฉากย้อนแสงหนัก/เงาลึก: เลือก + only, Step กลางถึงใหญ่ แล้วถ่าย RAW เพื่อดึงไฮไลต์กลับในโพสต์หากจำเป็น.
แนะนำให้ทำการทดสอบสั้น ๆ ในฉากจริง: เริ่มที่ ±1/3 EV, ยิง Continuous 1 ชุด แล้วดูฮิสโตแกรม หากยังหลุดให้เพิ่มเป็น ±2/3 หรือ ±1 EV ทันที จะช่วยให้ได้ “เฟรมปลอดภัย” ไว้เลือกใช้อย่างมั่นใจ.
