Smartphone Today Tomorrow
มือถือสมัยนี้เน้นจุดขายที่กล้อง ช่วง 2-3 ปีนี้ตัวกล้องพัฒนาระบบการถ่ายย้อนแสง ภาพกลางคืน และซูมให้ได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นมาก มีการใช้ AI ช่วยทั้งตอนถ่ายภาพและระบบ editor ปรับแต่งภาพ
ถ้ากำลังจะหามือถือรุ่นใหม่กัน แนะนำให้เปรียบเทียบระบบเอไอครับว่าเครื่องยี่ห้อไหนรุ่นไหนมีระบบ editor ที่ช่วยปรับแต่งภาพได้เยอะหน่อย
ส่วนระบบการถ่ายภาพเริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้วเพราะติดที่ไม่สามารถทำมือถือให้หนาขึ้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ (ช่วงปี 2024 – 2026) ฮาร์ดแวร์กล้องมือถือเริ่มชน “เพดานทางฟิสิกส์” เนื่องจากผู้ผลิตไม่สามารถขยายขนาดเซนเซอร์หรือเพิ่มความหนาของชุดเลนส์ซูม (Periscope) ไปได้มากกว่านี้แล้วโดยที่ยังรักษาความบางของตัวเครื่องไว้ได้ สมาร์ตโฟนยุคนี้จึงเปลี่ยนสนามรบจากการแข่งสเปกกล้อง มาเป็น “สงคราม AI” (Computational Photography & AI Editors) อย่างเต็มตัว
เปรียบเทียบ AI Editor
1. Samsung (Galaxy AI / Photo Assist)
ซัมซุงเป็นค่ายที่ผลักดันเรื่อง AI Editor มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ซีรีส์ Galaxy S24 จนถึงรุ่นปัจจุบัน ระบบแก้ไขภาพค่อนข้างนิ่งและใช้งานง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
-
Generative Edit: สามารถวงกลมเพื่อลบวัตถุที่ไม่ต้องการ, ย้ายตำแหน่งคน/สิ่งของ หรือย่อ-ขยายขนาดได้ โดย AI จะคำนวณและเติมเต็มพื้นหลังให้อย่างเนียนตา
-
Portrait Studio: เปลี่ยนภาพถ่ายบุคคลธรรมดาให้กลายเป็นภาพวาดการ์ตูน 3D, ภาพสเก็ตช์ หรือภาพสีน้ำมันได้หลายสไตล์
-
Sketch to Image: ฟีเจอร์เด็ดสำหรับสายครีเอทีฟ แค่เราใช้นิ้วหรือปากกา S Pen วาดรูปโครงร่างโง่ๆ ลงไปในภาพ ( เช่น วาดมงกุฎบนหัวแมว หรือวาดแว่นตาให้เพื่อน) AI จะเสกสิ่งนั้นให้กลายเป็นวัตถุจริงที่เนียนไปกับภาพถ่ายทันที
2. Google (Google Photos AI / Magic Editor)
กูเกิลขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาแห่ง Computational Photography ระบบ AI Editor ของเขาจึงเน้นไปที่การ “แก้ไขข้อผิดพลาด” และจัดการกับภาพถ่ายให้สมบูรณ์แบบเหมือนเวทมนตร์
-
Magic Eraser & Camouflage: ลบสิ่งรบกวนสายตาในพื้นหลัง หรือเปลี่ยนสีของวัตถุเด่นๆ ที่แย่งซีนให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม
-
Best Take: สำหรับภาพถ่ายกลุ่ม ถ้ามีเพื่อนคนไหนหน้าเหวอหรือตาปรือ AI สามารถไปดึงใบหน้าของเพื่อนคนนั้นจากรูปอื่นที่ถ่ายในช็อตใกล้ๆ กันมาเปลี่ยนใส่แทนให้ได้ภาพที่ทุกคนยิ้มสวยพร้อมกัน
-
Reimagine: เปลี่ยนสภาพแวดล้อมในภาพได้ตามใจสั่ง เช่น วงกลมที่พื้นดินแล้วพิมพ์บอก AI ว่า “ขอเปลี่ยนเป็นทุ่งดอกไม้” หรือเปลี่ยนท้องฟ้ากลางวันให้เป็นแสงทワイไลท์ตอนเย็น
3. Apple (Apple Intelligence / Clean Up)
แอปเปิลเพิ่งกระโดดเข้ามาร่วมวง AI อย่างเต็มตัวไม่นานมานี้ (เริ่มจาก iOS 18) แนวคิดของ Apple จะแตกต่างจากฝั่ง Android เล็กน้อย คือเน้นความสมจริงและเรียบง่าย ไม่เน้นการแต่งภาพจนปลอม
-
Clean Up Tool: เครื่องมือลบวัตถุและบุคคลที่ไม่ต้องการออกจากพื้นหลัง ทำงานได้ฉลาด รู้ว่าจุดไหนคือเงาตกกระทบและลบออกให้ด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ
-
Smart Memory Movie: สามารถพิมพ์สั่ง AI ให้ค้นหารูปถ่ายเก่าๆ ในเครื่องตามคีย์เวิร์ด แล้วนำมาร้อยเรียงเป็นวิดีโอสตอรี่พร้อมใส่เพลงให้เสร็จสรรพ
4. Oppo (ColorOS AI / AI Editor)
Oppo โดดเด่นมากในเรื่องการแก้ไขภาพถ่ายที่เจอปัญหาระหว่างถ่าย (เช่น ถ่ายติดเงาสะท้อนกระจก) และการปรับแต่งสไตล์ภาพที่ทำออกมาได้เนียนและเอาใจสายบิวตี้
-
AI Reflection Remover: ฟีเจอร์กู้ชีพภาพถ่ายชิ้นเอก ใครที่ชอบถ่ายภาพวิวผ่านกระจกคาเฟ่ กระจกบนตึกสูง หรือหน้าต่างเครื่องบิน/รถไฟ แล้วเจอกระจกสะท้อนเงาตัวเองหรือแสงไฟ AI ตัวนี้สามารถลบเงาสะท้อนออกไปได้อย่างอัศจรรย์ ทำให้ภาพใสเคลียร์เหมือนเปิดกระจกถ่าย
-
AI Unblur & Clarity Enhancer: หากถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวแล้วภาพเบลอ หรือซูมภาพไกลๆ แล้วภาพแตก AI จะช่วยคำนวณและเพิ่มความคมชัด คืนรายละเอียดให้ผิวสัมผัสและเส้นผมกลับมาคมกริบ
-
AI Eraser & Recompose: ลบคนหรือสิ่งของออกจากภาพได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบช่วยแนะนำการจัดกรอบสัดส่วนภาพใหม่ให้ดูเหมือนตากล้องมือโปรมาถ่ายให้
-
AI Studio (AI Reimage): เปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นภาพวาดหลากหลายสไตล์ เช่น แฟนตาซี, อนิเมะ, หรือภาพวาดสีน้ำมัน เอาไว้สร้างรูปโปรไฟล์เก๋ๆ ได้ในไม่กี่วินาที
5. Xiaomi (Xiaomi HyperAI / AI Creativity Assistant)
Xiaomi ร่วมมือกับแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Leica มายาวนาน นอกเหนือจากโทนภาพที่สวยสมจริงแล้ว ระบบ AI Editor ในแกลเลอรี (MiMediaEditor) รุ่นใหม่ๆ ก็ฉลาดและทรงพลังมาก
-
AI Erase Pro & AI Magic Sky: ระบบลบวัตถุขั้นสูงที่เติมพื้นหลังได้เนียนตา และฟีเจอร์เปลี่ยนสีท้องฟ้า (Magic Sky) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Xiaomi สามารถเปลี่ยนวันฟ้าหม่นให้กลายเป็นฟ้าใส ทางช้างเผือก หรือแสงเหนือได้แบบเนียนสนิท
-
AI Image Expansion (ขยายภาพล้อมรอบ): ถ้าถ่ายรูปมาแล้วรู้สึกว่าสัดส่วนแคบเกินไป หรือหลุดเฟรม คุณสามารถสั่งให้ AI ช่วย “วาดต่อเติมขอบภาพ” ออกไปได้ โดย AI จะคำนวณและสร้างฉากหลังรอบๆ เพิ่มขึ้นมาให้อย่างกลมกลืน
-
AI PortraitLM & Film: ระบบช่วยจัดแสงเงาบนใบหน้าบุคคลหลังจากถ่ายเสร็จ แยกแยะระหว่างตัวแบบและฉากหลังเพื่อรักษาสีผิวให้ถูกต้อง แม้จะถ่ายในสภาพแสงที่ซับซ้อนหรือไฟกลางคืน
6. Vivo (Funtouch OS / AI Photo Enhance)
Vivo มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าในเรื่องการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) และการซูมอยู่แล้ว ซึ่ง AI Editor ของค่ายนี้จะเน้นไปที่การ “ยกระดับคุณภาพของภาพ” ให้สมบูรณ์แบบที่สุด
-
AI Photo Enhance (Ultra-Clear Technology): เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดา หรือแม้แต่ภาพเก่าๆ ที่มีความละเอียดต่ำ ให้กลายเป็นภาพที่คมชัดระดับ HD ดึงรายละเอียดของดวงตา ผิว และเสื้อผ้าออกมาได้อย่างชัดเจน
-
AI Erase: เครื่องมือลบสิ่งรบกวนในภาพและคนแบล็กกราวด์ที่ไม่ต้องการได้อย่างรวดเร็วด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว
-
ZEISS Multifocal & Bokeh Editor: แม้จะเป็นฟีเจอร์ตอนถ่าย แต่ในระบบ Editor เรายังสามารถมาปรับเลือก “ระยะเลนส์จำลองของ ZEISS” และรูปแบบการเบลอหลัง (Bokeh) ย้อนหลังได้ ช่วยให้ภาพพอร์ตเทรตมีมิติและความลึกที่สมจริงเหมือนถ่ายด้วยกล้องโปรราคาแพง
หากคิดจะเปลี่ยนมือถือ ควรหาทางใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เต็มที่ก่อนครับ ถ้าเปลี่ยนไปใช้ของใหม่ ต้องทำใจไว้ว่าในเวลาไม่นานแค่ 1-2 ปี มือถือที่ออกมาใหม่จะมีระบบ AI ที่เหนือกว่าเครื่องที่คุณเพิ่งซื้อใหม่ในวันนี้อย่างแน่นอน
